คุณกำลังมองหางานใหม่อยู่หรือเปล่า?

 

การหางานใหม่ในปัจจุบันนี้เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย โอกาสที่ท่านจะประสบความสำเร็จในการหางานนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการหลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่ไม่จำเป็น เช่น การไม่ส่งเรซูเม่สมัครงานไปยังบริษัทเดิมหลายครั้ง การทำเช่นนี้จะส่งผลเสียต่อผู้สมัครงานมากกว่าผลดี ถึงแม้ว่าท่านจะเป็นนักศึกษาจบใหม่ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าโอกาสในการได้งานของท่านน้อยกว่าผู้สมัครคนอื่น ๆ ในตลาดงานแต่อย่างใด เพียงแค่ท่านต้องทำให้การสมัครงานของท่านมีข้อผิดพลาดน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย ซึ่งผู้สมัครงานหลาย ๆ ท่านอาจทำผิดพลาดโดยที่ไม่รู้ตัว บริการของเรานั้นได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยลดข้อผิดพลาดในการหางานและช่วยให้ผู้สมัครงานสามารถสมัครงานได้ง่ายขึ้น

1. ใช้เวลา 8 ชั่วโมงต่อวัน ในการมองหางานใหม่

เราไม่แนะนำให้ท่านสมัครงานแค่ 2 หรือ 3 ที่ ต่อวัน ทางที่ดีนั้นผู้สมัครงานควรใช้เวลาอย่างน้อย  8 ชั่วโมงต่อวันในการมองหางานใหม่ หลังจากตื่นนอนในทุก ๆ วัน ซื้อหนังสือพิมพ์เพื่ออ่านประกาศรับสมัครงานต่าง ๆ รวมทั้งการหางานออนไลน์และเริ่มส่งจดหมายสมัครงานโดยทันที หากมีประกาศรับสมัครงานเพียงไม่กี่ตำแหน่ง ให้ผู้สมัครงานพยายามติดต่อบริษัทที่ท่านต้องการร่วมงานด้วยโดยตรง และพยายามเสนอตัวเองให้มีความน่าสนใจ อีกหนึ่งทางเลือกคือ การสมัครงานออนไลน์จากเว็บไซต์ผู้ให้บริการที่มีบริษัทต่าง  ๆ ใช้บริการอยู่แล้ว เพียงแค่ท่านฝากเรซูเม่ไว้ ผู้สมัครงานควรฝากเรซูเม่ไว้บนเว็บไซต์ทันทีที่มีโอกาส บริการหางานนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ สำหรับผู้สมัครงาน ซึ่งท่านสามารถใช้บริการทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นได้ที่ www.start.co.th.

2. ทำบันทึกการสมัครงาน

เราไม่แนะนำให้ผู้สมัครงานส่งเรซูเม่ไปยังบริษัทเดิมหลายครั้ง ผู้สมัครควรมีการจดบันทึกว่าได้ส่งเรซูเม่ไปยังบริษัทใดแล้วบ้าง  การส่งเรซูเม่ซ้ำหลายครั้งสร้างความน่ารำคาญใจแก่บริษัทและจะส่งผลเสียต่อผู้สมัครงานเอง

3. อย่ามองข้ามการเขียนแรงจูงใจหรือคติในการทำงานของท่าน

พยายามหลีกเลี่ยงการส่งจดหมายสมัครงานที่มีข้อความซ้ำกันไปยังหลาย ๆ บริษัท ผู้สมัครงานควรทำการแก้ไขข้อความในจดหมายสมัครงานให้เหมาะกับงานนั้น ๆ เพื่อแสดงให้บริษัทผู้ว่าจ้างเห็นว่าเราสนใจที่จะทำงานนั้นจริง ๆ เช่น ธนาคารต่าง ๆ ในประเทศไทย สายการบินไทย บริษัท KPMG หรือ ซีเมนส์  ต่างก็มองหาพนักงานใหม่ที่มีไฟ  ตั้งใจ และพร้อมที่จะทำงาน ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้เป็นสิ่งที่บริษัทยักษ์ใหญ่ใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกคนเข้ามาทำงาน

4. มั่นใจในความสามารถของตนเอง

จากผลการสำรวจโดย KPMG พบว่านักศึกษาจบใหม่ส่วนใหญ่มักจะพูดถึงเพียงแค่หน้าที่ความรับผิดชอบที่ทำเพื่อบริษัท การเป็นคนละเอียดรอบคอบและมีความยืดหยุ่นสูง พร้อมที่จะปรับตัวตลอดเวลา มีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่ระบุจุดแข็งของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องความมีระเบียบ ความสามารถในการจัดการงาน การมีความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถทางภาษา การระบุจุดแข็งและความสามารถอื่น ๆ ที่เป็นข้อเด่นของตนเองนั้น จะทำให้ผู้สมัครงานดูน่าสนใจและมีความโดดเด่นเหนือผู้สมัครคนอื่น ๆ อีกด้วย

5. ข้อควรระวัง

เรซูเม่ที่ดีนั้นต้องมีความกระชับแต่มีข้อมูลที่จำเป็นต่าง ๆ ครบถ้วน ผู้สมัครไม่ควรระบุข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานลงในเรซูเม่ และการระบุข้อมูลสำหรับการติดต่อ ไม่ว่าจะเป็น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมล รวมทั้งชื่อจริงและนามสกุลลงในเรซูเม่นั้นสำคัญมาก ไม่ควรระบุชื่อเล่นหรือคำเรียกอื่น ๆ ลงในเรซูเม่ถึงแม้ว่าผู้สมัครจะคิดว่าเป็นชื่อที่น่ารักก็ตาม เพราะจะทำให้บริษัทต่าง ๆ มองผู้สมัครในด้านลบ และไม่มีความเป็นมืออาชีพ

6. เรซูเม่ไม่ควรสั้นจนเกินไป

ผู้สมัครควรระบุประวัติการทำงานที่ผ่านมาอย่างย่อ ๆ แต่ควรได้ใจความครบถ้วนและไม่สั้นจนเกินไป โดยควรระบุตำแหน่ง หน้าที่ ความรับผิดชอบที่เคยทำ การระบุงานอดิเรกที่เกี่ยวข้องกับการทำงานนั้น ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้เรซูเม่ของท่านน่าสนใจมากขึ้น  แต่ไม่ควรระบุงานอดิเรกที่กว้างจนเกินไป เช่น สนใจการอ่านวรรณกรรม กีฬา หรือศิลปะ เป็นต้น ให้เฉพาะเจาะจงว่าท่านสนใจอะไร ผู้สมัครงานอาจดาวน์โหลดตัวอย่างการเขียนเรซูเม่ที่มีอยู่อย่างมากมายบนอินเตอร์เนต แล้วนำมาแก้ไขปรับปรุงเป็นเรซูเม่ของตนเองได้ แต่ผู้สมัครไม่มีความจำเป็นต้องระบุข้อมูลทั้งหมดตามที่ปรากฎอยู่ในตัวอย่างเรซูเม่ก็ได้ ให้ระบุแต่ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการสมัครงานเท่านั้น

7. ตรวจสอบเรซูเม่ของท่านอีกครั้ง

เรซูเม่ที่ดีนั้นต้องสามารถทำให้ผู้อ่านเข้าใจและรับรู้ถึงความสามารถ รวมทั้งลักษณะนิสัยส่วนตัวของเจ้าของเรซูเม่นั้นได้ ควรเขียนเรซูเม่ให้กระชับแต่มีข้อมูลครบถ้วน ไม่สั้นจนเกินไป ไม่ควรเขียนเรซูเม่เยิ่นเย้อและระบุข้อมูลที่ไม่จำเป็นและเกี่ยวข้องใด ๆ กับการสมัครงาน

8. ระวังเรื่องการใช้รูปถ่ายและวิดีโอ

ผู้สมัครงานควรแนบรูปถ่ายกับเรซูเม่ด้วยทุกครั้ง รูปถ่ายสำหรับการสมัครงานควรเป็นรูปที่เป็นทางการ ไม่ควรใช้รูปที่ไม่เป็นทางการ เช่น รูปจากทริปไปเที่ยว งานเลี้ยง รูปชุดว่ายน้ำ หรือรูปใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม นอกจากนั้น ในช่วงตั้งแต่ปีที่แล้วเป็นต้นมา ผู้สมัครงานสามารถส่งประวัติส่วนตัวสำหรับการสมัครงานในรูปแบบของวิดีโอได้แล้วในหลาย ๆ ประเทศในยุโรป ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้สมัครงานที่ต้องใช้ความสามารถทางการสื่อสารเพื่อการทำงาน โดยจะทำให้บริษัทผู้ว่าจ้างสามารถเห็นความสามารถของผู้สมัครงานได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ความสามารถทางการสื่อสาร ความน่าเชื่อถือ ความมั่นใจในตัวเอง แต่อย่างไรก็ตามอาจมีผู้สมัครงานหลาย ๆ ท่านที่มีปัญหาด้านการสื่อการ ซึ่งการลงเรซูเม่เป็นวิดีโอนั้นอาจจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี

เรซูเม่ของฉันควรมีหน้าตาอย่างไร ?

ข้อมูลส่วนตัว- ไม่ควรใส่เพียงชื่อเท่านั้น แต่ให้ระบุที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมลสำหรับติดต่อกลับไว้ด้วย

ประสบการณ์ - ให้เรียงลำดับประสบการณ์การทำงานรวมทั้งงานพาร์ทไทม์จากล่าสุดไปยังงานเก่าสุดหรืองานแรกของท่านตามลำดับ

การศึกษา - ให้ระบุการศึกษาสูงสุดก่อนเป็นอันดับแรก ตามด้วยระดับการศึกษาที่รองลงมาตามลำดับ โดยให้ระบุการศึกษาระดับมัธยมหรือวิทยาลัยเป็นอันดับสุดท้าย

การศึกษาอื่น ๆ - ให้ระบุข้อมูลการศึกษาอื่น ๆ โดยแยกเป็นประเภท เช่น คอมพิวเตอร์ ภาษา การฝึกวิชาชีพ เป็นต้น

9. ห้ามระบุข้อมูลที่เป็นเท็จลงในเรซูเม่อย่างเด็ดขาด

ผู้สมัครต้องระบุข้อมูลที่เป็นจริงเท่านั้นลงในเรซูเม่ ไม่ควรระบุความสามารถหรือประสบการณ์ทำงานที่เกินกว่าความเป็นจริง ในการสัมภาษณ์งานนั้น บริษัทจะสามารถรู้ได้ทันที่ว่าข้อมูลความสามารถที่ท่านระบุไว้ในเรซูเม่นั้นเป็นเท็จ และจะทำให้ท่านเสียโอกาสในการได้งานและจะถูกมองว่าเป็นคนโกหกอีกด้วย

10. หาประสบการณ์

จากการสำรวจของ KPMG พบว่า 67% ของนักศึกษามีประสบการณ์ในการทำงานในด้านที่ตนเองสนใจมาบ้างแล้ว การฝึกงาน การเข้าร่วมการสัมมนาและการทำกิจกรรม ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานนั้น ๆ จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อผู้สมัครงาน เพราะบริษัทผู้ว่าจ้างจะคำนึงถึงประสบการณ์เป็นส่วนสำคัญในการคัดเลือกคนเข้าทำงาน

11. หางานในช่วงเวลาที่เหมาะสม

บริษัทต่าง ๆ จะไม่เปิดรับสมัครงานตลอดเวลา โดยบริษัทส่วนใหญ่มักจะมีช่วงเวลาเฉพาะสำหรับการจ้างพนักงานใหม่ เช่น ช่วงท้ายของวันหยุด หรือบริษัทอย่าง KPMG หรือ PricewaterhouseCoopers ซึ่งมักจะมองหาพนักงานใหม่ช่วงปลายฤดูหนาวเท่านั้น

12. มองหางานกับ Job Fairs

ค้นหางานออนไลน์บนอินเตอร์เนต โดยผู้สมัครอาจสมัครงานกับเว็บไซต์ของบริษัทที่ท่านสนใจโดยตรง และอย่าลืมมองหา Job Fairs ที่เปิดโอกาสให้ท่านสามารถเข้าถึงบริษัทต่าง ๆ ที่ท่านสนใจจะร่วมงานด้วยได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น

13. การเดินทางไปต่างประเทศ

หากท่านไม่สามารถหางานที่ตรงกับความต้องการได้ภายในปีนี้ ท่านควรใช้เวลาว่างที่มีอยู่อย่างมีประโยชน์ที่สุด การเดินทางไปหาประสาบการณ์ทำงานในต่างประเทศนั้น ก็เป็นทางเลือกหนึ่งในการพัฒนาความสามารถทางภาษา และยังทำให้ท่านได้ประสบการณ์ใหม่กลับมาอีกด้วย ซึ่งจะทำให้ประวัติของท่านมีความน่าสนใจมากขึ้นเพราะการเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ต่างประเทศนั้นต้องใช้ความสามารถในหลาย ๆ ด้าน และท่านจะเป็นบุคคลแรก ๆ ที่บริษัทต่าง ๆ อยากร่วมงานด้วย

14. อย่าอายที่จะทำงานพาร์ทไทม์

ประสบการณ์ทำงานไม่ว่าจะเป็นในระยะสั้นหรือระยาวต่างก็มีประโยชน์และมีความสำคัญ นอกจากนั้นในช่วงที่มีเวลาว่างท่านอาจไปเรียนคอร์สต่าง ๆ เพื่อเพิ่มทักษะและความสามารถได้อีกด้วย

15. การเตรียมตัวสัมภาษณ์งาน

พยายามศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่ท่านต้องการร่วมงานด้วย

ผู้สมัครงานควรมีความรู้เกี่ยวกับตำแหน่งงานที่ท่านสมัคร ไม่ควรมองข้ามและคิดว่าเป็นเรื่องง่าย ๆ ไม่จำเป็นต้องศึกษา

ถามคำถามที่เกี่ยวกับบริษัทหรือการทำงานเพื่อให้บริษัทผู้ว่าจ้างรับรู้ถึงความตั้งใจในการทำงานจริง ๆ เตรียมความพร้อมด้วยการพยายามฝึกสัมภาษณ์งานในกระจกที่บ้านของท่าน การฝึกฝนบ่อย ๆ จะทำให้เกิดความชำนาญและช่วยลดความตื่นเต้นหากต้องเจอสถานการณ์จริง